หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2012 12:33:44 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
การจัดทำแผนกลยุทธ์

 12 
 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2012 12:32:02 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ขั้นตอนการเขียนแผนธุรกิจ

 13 
 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2012 12:27:02 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin

คู่มือการเขียนแผนธุรกิจ จัดทำโดย สสว  รูปเล่มสวยงาม

 14 
 เมื่อ: 24 กรกฎาคม 2012 12:25:36 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
แผนธุรกิจ คืออะไร ?

แผนธุรกิจ หรือ Business Plan คือแผนการดำเนินงานของธุรกิจ หรือโครงการหนึ่งๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้น 1 – 3 ปี และในระยะยาว 3 – 5 ปี อันประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อธุรกิจทั้งทางด้านมหภาค (Macro Analysis) และจุลภาค (Micro Analysis) การวิเคราะห์ธุรกิจของโครงการในแง่มุมต่างๆ ทั้งทางด้านการตลาด ทางด้านการดำเนินงาน ทีมผู้บริหาร และทางด้านการเงิน เพื่อเป็นการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ และเป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ แนวทางการพัฒนาธุรกิจในอนาคต
ทำไมต้องมีแผนธุรกิจ ?

การเขียนแผนธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งและเป็นมาตรฐานในการทำธุรกิจสมัยใหม่ไปแล้วก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการขอกู้เงินหรือการขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำเงินมาลงทุน การขอเงินจาก Venture Capital หรือการใช้เงินลงทุนของตนเองก็ดี เนื่องจากจะทำให้เจ้าของกิจการ ผู้ร่วมธุรกิจ หรือธนาคารได้เห็นภาพรวมของโครงการ รวมถึงการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการต่างๆ ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด จะให้ผลคุ้มทุนเมื่อใด มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนในโครงการนั้นๆ จริง โดยแผนธุรกิจนอกจากจะเป็นการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว ยังเป็นแผนงานและแผนควบคุมการดำเนินงานของบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วย

ลักษณะของแผนธุรกิจที่ดีต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

แผนธุรกิจที่ดีต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญดังต่อไปนี้

    บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) เพื่อให้ผู้บริหารหรือผู้พิจารณาแผน ได้ทราบภาพรวมทั้งหมดของโครงการ และผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน
    โครงสร้างอุตสาหกรรมของบริษัท (Industry Analysis) บอกถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมของโครงการ วิสัยทัศน์ ภารกิจ และวัตถุประสงค์ของโครงการ
    การวิเคราะห์ตลาด (Marketing Analysis) เป็นการวิเคราะห์ถึงปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน สภาพการแข่งขันในตลาด การกำหนดตลาดเป้าหมาย การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมผู้บริโภค และการประมาณการยอดขายสินค้าและบริการ
    แผนการตลาด (Marketing Plan) การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ทั้งทางด้านสินค้าและบริการ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย การสื่อสารทางการตลาด การบริหารการขาย และการรับประกันสินค้าและบริการ
    แผนการพัฒนาในอนาคต (Improvement Plan) แผนงานการพัฒนาสินค้าและบริการของบริษัทในอนาคต
    แผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan) กลยุทธ์การดำเนินงาน สถานที่ตั้ง แผนการดำเนินงาน
    โครงสร้างองค์กร (Organization Plan) แผนผังองค์กร ทีมงานหลักในการบริหาร และหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ
    ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ (Business Profit) นโยบายทางการเงิน สมมติฐานการเงิน งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด เงินลงทุนและผลตอบแทน อัตราส่วนทางการเงิน การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของผลการดำเนินงาน การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน
    แผนการดำเนินงาน (Gantt Chart) แผนภาพระยะเวลาของการดำเนินงานในช่วงเวลาต่างๆ (Time Frame)
    แผนการควบคุม (Controlling Plan) แผนควบคุมการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
    แผนฉุกเฉิน (Emergency Plan) แผนสำรองหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ หรือแผนการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา : smebank

 15 
 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2012 11:59:02 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin


ฟังเสียงอ่าน


ที่มา : กรมสรรพากร

 16 
 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2012 11:55:07 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin


ฟังเสียงอ่านข่าว

ที่มา : กรมสรรพากร

 17 
 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2012 11:45:33 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ยกเว้นบุคคลธรรม และห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน ต้องจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องตามรายการย่อที่กฎหมายกำหนด ดังนี้






  งบการเงินที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีได้จัดทำขึ้น ต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเว้นแต่งบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่มีทุนไม่เกินห้าล้านบาท สินทรัพย์รวามไม่เกินสามสิบล้านบาท และรายได้รวมไม่เกินสามสิบล้านบาท ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต


     ระยะเวลาการนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
     - ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรต้องนำส่ง งบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 5 เดือน นับแต่วันปิดบัญชี

     - บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชน เมื่อผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินแล้วต้องนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ โดยจะต้องจัดให้มีการ ประชุมเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี และต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่

 18 
 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2012 11:39:40 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
บัญชีที่ต้องจัดทำ

        1. บุคคลธรรมดา หรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจ เป็นผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้มีไว้เพื่อจำหน่าย ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าประเภทแถบเสียง แถบวีดีทัศน์และแผ่นซีดี ต้องจัดทำบัญชีสินค้า นับแต่วันที่เริ่มต้นประกอบกิจการ

       
         2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบกิจการในในประเทศไทย และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องจัดทำบัญชี ดังต่อไปนี้
            2.1 บัญชีรายวัน
                (1) บัญชีเงินสด
                (2) บัญชีธนาคาร แยกเป็นแต่ละเลขที่บัญชีธนาคาร
                (3) บัญชีรายวันซื้อ
                (4) บัญชีรายวันขาย
                (5) บัญชีรายวันทั่วไป
            2.2 บัญชีแยกประเภท
                (1) บัญชีแยกประเภท สินทรัพย์ หนี้สินและทุน
                (2) บัญชีแยกประเภทรายได้และรายจ่าย
                (3) บัญชีแยกประเภทลูกหนี้
                (4) บัญชีแยกประเภทเจ้าหนี้
        3. บัญชีสินค้า
        4. บัญชีรายวัน บัญชีแยกประเภทอื่นและบัญชีแยกประเภทย่อยตามความจำเป็นแก่การทำบัญชีของธุรกิจ



ข้อปฏิบัติในการลงรายการในบัญชี

        1. ลงรายการในบัญชีเป็นภาษาไทย หรือจะลงเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้ แต่ต้องมีภาษาไทยกำกับหรือจะลงรายการเป็นรหัสบัญชีก็ได้แต่ต้องมีคู่มือคำแปลรหัสที่เป็นภาษาไทยไว้
        2. ต้องลงรายการในบัญชีด้วยหมึก หรือดีดพิมพ์ หรือตีพิมพ์ หรือวิธีอื่นใดที่ให้ผลทำนองเดียวกัน
        3. ต้องมีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีที่สามารถแสดงความถูกต้องและครบถ้วนของรายการบัญชีและเป็นที่เชื่อถือได้
        4. รายการในบัญชีที่เป็นจำนวนเงินต้องเป็นหน่วยเงินตราไทย

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี

        เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชี หมายถึง บันทึก หนังสือ หรือ เอกสารใดๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
        1. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลภายนอก
        2. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อออกให้แก่บุคคลภายนอก
        3. เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเพื่อใช้ในกิจการของตนเองทั้งนี้เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกประเภทต้องมีข้อความและรายการตามที่กำหนด


การลงรายการในบัญชีรายวันและบัญชีสินค้าต้อง
        1. มีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีทุกรายการและเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีนั้นต้องสามารถแสดงความถูกต้องครบถ้วนของรายการบัญชีทุกรายการตามความเป็นจริงและเป็นที่เชื่อถือได้
        2. ใช้เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีในลำดับที่ 1 หรือ 2 แล้วแต่กรณีก่อน เว้นแต่ไม่มีเอกสารดังกล่าวจึงให้ใช้เอกสารในลำดับที่ 3

 19 
 เมื่อ: 23 กรกฎาคม 2012 08:47:17 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543



หน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี
          - จัดให้มีเอกสารประกอบการลงบัญชีซึ่งได้แก่ บันทึก หนังสือหรือเอกสารใดๆ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการลงรายการในบัญชี
          - ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชี


 20 
 เมื่อ: 21 กรกฎาคม 2012 09:19:20 
เริ่มโดย admin - กระทู้ล่าสุด โดย admin
มาตรการดังกล่าวใช้กับการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการยื่นแบบทางอินเตอร์เน็ตซึ่งทำให้ลดต้นทุนในการบริหารจัดการของกรมสรรพากร ได้รับข้อมูลรวดเร็ว ข้อมูลมีแนวโน้มถูกต้องเพราะฝ่ายผู้เสียภาษีกรอกเอง นอกจากนี้ยังลดการใช้กระดาษลดก๊าซเรือนกระจก ดีหลายประการน่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง
   …………………………………………………………………………………………..

คำชี้แจงกรมสรรพากร
เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
_________________
                  โดยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีลดการใช้กระดาษเพื่อสนับสนุนโครงการร่วมชดเชยการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมสรรพากร (RD Carbon Credit) อันเป็นการปลุกจิตสำนึกให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีส่วนร่วมกับสังคมในการลดภาวะโลกร้อน ทั้งนี้ สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามประมวลรัษฎากรที่กำหนดให้ยื่นรายการภาษี ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 กรมสรรพากรขอชี้แจงเกี่ยวกับการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษี สำหรับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในสาระสำคัญเพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ดังต่อไปนี้
                  ข้อ 1 ให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามประมวลรัษฎากรผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้ยื่นรายการในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 ดังนี้
                  1.1 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่
                  (1) ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 8 เมษายนของปีถัดไป
                  (2) ภ.ง.ด.94 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเดือนกันยายนของทุกปี ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี
                  1.2 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้แก่
                  (1) ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.52 และ ภ.ง.ด.55 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 158 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
                  (2) ภ.ง.ด.51 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นภายใน 2 เดือน 8 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
                  (3) ภ.ง.ด.54 ซึ่งต้องยื่นรายการและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหรือจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย ให้ขยายกำหนดเวลาออกไปเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหรือจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย
                  1.3 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ซึ่งต้องยื่นรายการและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน
1.4 แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่
                  (1) ภ.พ.30 ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป
                  (2) ภ.พ.36 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ (กรณีผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว) เดือนที่ขายทอดตลาด (กรณีผู้ทอดตลาดซึ่งขายทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือเดือนที่ครบกำหนด 30 วันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น (กรณีผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการตามมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร) ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ เดือนที่ขายทอดตลาด หรือเดือนที่ครบกำหนด 30 วันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น แล้วแต่กรณี
                  1.5 แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่ ภ.ธ.40 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือนถัดไป
                ข้อ 2 ผู้ที่จะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาตามข้อ 1 จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น หากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ แม้ต่อมาจะได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี หรือหากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต่อมายื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งในรูปแบบของกระดาษ จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร โดยการคำนวณเงินเพิ่มสำหรับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะเป็นไปตามตัวอย่างดังต่อไปนี้
                 ตัวอย่าง
                 กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 สำหรับเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2555 จะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หากปรากฏว่า
                  (1) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 กรณีดังกล่าวได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี จึงไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด
                  (2) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระ กรณีดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
                  (3) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 ต่อมายื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด 30,000 บาท ภาษีขาย 2,100 บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 2,100 บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
                  (4) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 ต่อมายื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติอีกครั้งดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
                  (5) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระ กรณีดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อมา ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด 30,000 บาท ภาษีขาย 2,100 บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 2,100 บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน ผู้ประกอบการต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
                  (6) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระ กรณีดังกล่าวได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี จึงไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ต่อมาผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมในรูปแบบของกระดาษ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด 30,000 บาท ภาษีขาย 2,100 บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 2,100 บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
                ข้อ 3 กรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตามคำชี้แจงฉบับนี้ แต่ปรากฏว่าในขณะที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีเหตุขัดข้องหรือข้อผิดพลาดของระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเป็นผลให้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าวเกินกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปตามข้อ 1 โดยมิใช่ความผิดของผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าวออกไปอีก 7 วันนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปตามข้อ 1 โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ประสงค์จะใช้สิทธิขยายกำหนดเวลาดังกล่าว จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในรูปแบบของกระดาษ พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาท้องที่ ทั้งนี้ ตามประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546
                  ข้อ 4 กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และได้รับสิทธิผ่อนชำระ 3 งวด ตามมาตรา 64 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องผ่อนชำระภายในกำหนดเวลาดังนี้
                  - งวดที่หนึ่ง ต้องชำระพร้อมกับการยื่นแบบฯ ภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป
                  - งวดที่สอง ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง
                  - งวดที่สาม ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง หากไม่ชำระงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับงวดที่ไม่ชำระและงวดต่อ ๆ ไป โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่พ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปนั้นจนถึงวันชำระ
                 ตัวอย่าง
                ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับปีภาษี 2554 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป กล่าวคือภายในวันที่ 10 เมษายน 2555 (วันที่ 8-9 เมษายน 2555 เป็นวันหยุดราชการ) โดยได้รับสิทธิผ่อนชำระ 3 งวด ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีแต่ละงวดภายในกำหนดเวลาดังนี้
                  - งวดที่หนึ่ง ต้องชำระภายในวันที่ 10 เมษายน 2555
                  - งวดที่สอง ต้องชำระภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2555
                  - งวดที่สาม ต้องชำระภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2555
หากปรากฏว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระงวดที่ 1 ภายในวันที่ 10 เมษายน 2555 แต่ไม่ชำระภาษีงวดที่สองภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับงวดที่สองและงวดที่สาม โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2555 จนถึงวันชำระ
จึงขอชี้แจงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
กรมสรรพากร
16 มีนาคม 2555
สำนักกฎหมาย
โทร. 0-2272-8288

ที่มา :  http://www.rd.go.th/publish/31094.0.html

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
สนับสนุนโดย SMF 1.1.14 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Google visited last this page 24 พฤษภาคม 2018 12:09:30